ยกทัพเสน่ห์เมืองไทยทั่วประเทศสู่ใจกลางกรุง 25–29 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมชวนทุกคนเปิดโหมดเที่ยวไทยให้สุดกับงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569” ครั้งที่ 44 ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มัดรวมเสน่ห์และความมหัศจรรย์ของการท่องเที่ยวไทยจาก 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียว ภายในงานจัดเต็มด้วย 9 โซนกิจกรรมหลักภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” ผสาน 5 Must do in Thailand                     ที่ขนไฮไลต์น่าสนใจจากทั่วประเทศมาให้ได้สัมผัส ทั้งแลนด์มาร์กจำลอง จุดถ่ายภาพต้องเช็กอิน ของดีของเด็ดจากแต่ละพื้นที่ นวัตกรรมการท่องเที่ยวล้ำสมัย ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง ให้ผู้เข้าชมได้ชิม ช้อป ชม และสัมผัสประสบการณ์เที่ยวไทยสุดอะเมซิ่งในมุมมองใหม่ ๆ สัมผัสกับความรู้สึกแบบ Feel All the Feelings ที่จะชวนให้ออกเดินทางและตกหลุมเมืองไทยมากขึ้นกว่าที่เคย

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569                ครั้งที่ 44 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยปีนี้ ททท. พร้อมที่จะพาไป สัมผัสเสน่ห์ไทย ภายใต้แนวคิด “สุขทันทีที่เที่ยวไทย” และ 5 Must Do in Thailand ผ่านการนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต อาหาร และภูมิปัญญาท้องถิ่น เสมือนเป็นการยกความมหัศจรรย์ของเมืองไทยเอามาไว้ในงานเดียว รวมทั้งปีนี้ ททท. ยังได้ร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วยการนำเสนอนิทรรศการ การแสดง การสาธิต เพื่อบอกเล่าเรื่องราวตามรอยพระราชดำริที่มีหัวใจสำคัญในการพัฒนาและยกระดับภูมิปัญญา ผสานแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า เทศกาลเที่ยวเมืองไทยถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยสร้างสีสันและกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ททท. เตรียมเสิร์ฟความสุขและความมหัศจรรย์กับ 9 โซนกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ ได้แก่ 5 โซนหมู่บ้านภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ ที่ยกขบวนเสน่ห์ไทย 5 ภูมิภาค  ทั้งด้านประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ นอกจากนี้ยังมีอีก 4 โซนกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ โซน Amazing Thailand, โซน Road to Sustainability โซนหน่วยงานพันธมิตร และห้าง ททท. และโซนเวทีกลาง ซึ่งจะสร้างความประทับใจและจัดให้ผู้ชมทุกคนอย่างเต็มอิ่มแน่นอน

เริ่มต้นที่ โซนที่ 1 สุขทันที ที่เที่ยวภาคตะวันออก ชวนสัมผัสทุกเฉดสีแห่งความสุขของดินแดนบูรพา ผ่านแนวคิด “เทศกาลสีสันตะวันออก” โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์กสำคัญอย่างอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี พร้อมจุดถ่ายภาพเช็กอินประภาคารแหลมงอบ จังหวัดตราด จุดถ่ายภาพพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ “The Lord of Success” จาก ฉะเชิงเทรา สวนเรือนกระจก “The Flower of the Queen” ดอกไม้แห่ง Queen สิริกิติ์ และวิถีชาวประมงบางเสร่ จังหวัดชลบุรี และขึ้นชื่อว่า “สวรรค์นักกิน” ททท. ก็ไม่พลาดยกทัพอาหารทะเลและอาหารถิ่น กว่า 50 ร้าน มาให้ลิ้มลอง อาทิ ข้าวคลุกพริกเกลือ หมูชะมวง ผัดกระวาน เส้นจันท์ผัดปู น้ำมะปี๊ด ก๋วยเตี๋ยวเลียง แมงกระพรุนสะดุ้งไฟ และขนมควยลิง พร้อมผลไม้สดจากสวนที่หลายคนรอคอยอย่าง ทุเรียนและมะยงชิด และพิเศษสุดกับโซนคาเฟ่ไม่ลับตะวันออกที่คัดสรรร้านกาแฟคุณภาพดี เบเกอรี่อร่อยมาเสิร์ฟให้ได้ฟินกันแบบถึงที่ นอกจากนี้ เพิ่มสีสันด้วยการแสดง
คาบาเร่โชว์สุดอลังการ การเดินแบบแฟชั่นโชว์เสื่อกกจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT)  ศิลปินนักร้อง แว่นใหญ่ พีจัง กฤษณะALALA ริวจิน และแพทจิ เอม วิทวัส และวงดนตรีจากดุริยางค์ทหารเรือ

ต่อด้วย โซนที่ 2 สุขทันที  ที่เที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชวนหลงรักถิ่นอีสาน 20 จังหวัดกับคอนเซปต์ “ประเพณีสีอีสาน วิถีแห่งศรัทธา” บอกเล่าความเป็นอีสานผ่านวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร งานหัตถกรรม พร้อมออกแบบประสบการณ์ดื่มด่ำกับเสน่ห์อีสานผ่าน 5 Senses (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) หยิบ“เทียนพรรษา” สัญลักษณ์ของ Signature Thailand ประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ และจุดถ่ายภาพสุดเก๋ “มื้อใด๋มากะอย่าลืมชักฮูป” จำลองบรรยากาศสวนดอกไม้เพลาเพลิน จ.บุรีรัมย์ และ หุบเขาไดโนเสาร์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเติมเสบียงความแซ่บกับโซน “หม่องแซ่บหลาย” รวมความแซ่บของอาหารอีสานที่ทั้งหอมนัวไว้กว่า 36 ร้าน อาทิ หม่ำแม่คำตัน จ.ชัยภูมิ สามพี่น้องไก่ย่างเขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ตำกระเทยสาเกต จ.ร้อยเอ็ด แจ่วฮ้อนแม่เสงี่ยม จ.มหาสารคาม และห้ามพลาดกับ “อีสานม่วนเฟี้ยว” เปิดเวทีความม่วนแบบเต็มขั้น ชวนสัมผัสการแสดงพื้นบ้าน ดนตรี หมอลำ ได้แก่ ระเบียบวาทศิลป์ ก้านตอง ทุ่งเงิน เวียง นฤมล เต๋า ภูศิลป์
พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากวิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ และการแสดงนาคเล่นน้ำ

โซนที่ 3 : สุขทันที ที่เที่ยวภาคใต้ หล๊บใต้บ้านเราในบรรยากาศ “GO SOUTH เสน่ห์ทะเลใต้” กับแลนด์มาร์ก “Under the Sea – ท้องทะเลภาคใต้” ผ่านประสบการณ์ Immersive Experience พร้อมมุม Film Location จากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ถ้ำโต๊ะหลวง จังหวัดกระบี่ และตึก Standard Chartered จังหวัดภูเก็ต สายกินห้ามพลาดกับโซน “หลาดหรอยเพ Must Taste” ตลาดอาหารใต้ที่รวมเมนูเด็ดและเครื่องดื่มขึ้นชื่อจากภาคใต้ไว้ในที่เดียว กับร้านอร่อยถึงเครื่องกว่า 38 ร้าน พร้อมร้านชาชักและโรตี ให้ได้ลิ้มลองรสชาติ
แบบต้นตำรับ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Mutiverse แดนใต้ ถ่ายทอดเรื่องราวพลังแห่งศรัทธา ตำนาน และวัตถุมงคลจากเกจิชื่อดังสายใต้ ก่อนจะผ่อนคลายร่างกายที่ หลาดคลายเส้น ได้แรงอก! กับบริการนวดแผนไทยและสปา
เติมพลังให้พร้อมออกเดินทางต่ออย่างสดชื่น

เดินทางสู่ โซนที่ 4 สุขทันที ที่เที่ยวภาคกลาง เปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนกับคอนเซปต์ อู่ข้าว อู่น้ำ…
ผ้าทอราชธานี วิถีภาคกลาง : Harmony of Heritage and Charm ถ่ายทอดเรื่องราวของศูนย์กลางอารยธรรมไทย ผ่านแลนด์มาร์กบ้านทรงไทยร่วมสมัย ลานโอ่งราชบุรี พร้อมออกแบบซุ้มทางเข้าเป็นลานบุปผาราชินี และ ลานภูษาพัสตรา นำเสนอเรื่องราวผ้าไทยอันทรงคุณค่า และที่พลาดไม่ได้คือโซน UNESCO นำเสนอความโดดเด่นของ 3 เมืองสร้างสรรค์ที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (Creative City of Design) เพชรบุรี (City of Gastronomy) และสุพรรณบุรี (Creative City of Music) ผ่านกิจกรรมทดลองชิมน้ำ 3 รส จากเพชรบุรี ออกแบบเสื้อยืดจากร้านห่านคู่ กรุงเทพฯ และทดลองเรียนระนาด ตีฉิ่ง รวมถึงไฮไลต์การจำลองบรรยากาศ
“ย่านบรรทัดทอง” ที่ยกขบวน 12 ร้านดังมาให้ลิ้มลอง พร้อมจัดเต็มร้านดังและเมนูเด็ดมาไว้ในที่เดียว 60 บูธ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องโบราณ เมี่ยงคำลำพญา กุ๊ยช่าย เจ้มล ข้าวเหนียวแม่ทองอยู่ กังสดาล อัมพวา
สิริสมปอง ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ ส้มโอขาวแตงกวา ชัยนาท ข้าวแช่แม่เล็กสะกิดใจ ร้านลุงเอนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ ข้าวต้มเทเวศร์ น้ำโตนดจี๊ดจ๊าด  ลอดช่องน้ำตาลโตนดเมืองเพชร แม่พลอย เป็นต้นและ โซน “ลานสำแดง” เวที
การแสดง พร้อมเสิร์ฟความสนุกกับพระเอกลิเกเงินล้าน ศรราม น้ำเพชร นักร้องคุณภาพ เปาวลี พรพิมล รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ หนังใหญ่ มวยลพบุรี

เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวกันต่อที่ โซนที่ 5 สุขทันที ที่เที่ยวภาคเหนือ แอ่วเหนือและดื่มด่ำกับเสน่ห์เมืองล้านนากับแนวคิด “Season of North 2026 สุขทันที…ฤดูนี้ ฤดูเหนือ” ความงดงามของการท่องเที่ยวภาคเหนือในทุกฤดูกาล ด้วยไฮไลต์แลนด์มาร์กเมืองน่าน เมืองสร้างสรรค์ด้านงานหัตถศิลป์ของยูเนสโก กับอัตลักษณ์สุดคลาสสิกของภาพจิตรกรรมปู่ม่านย่าม่าน ผ้าทอลายน้ำไหล และ หัวโอ้เรือ สัญลักษณ์ประเพณีแข่งเรือสำคัญของเมืองน่าน ภายในโซนยังจัดเต็มความอร่อยกับอาหารพื้นเมืองเหนือในโซน “อิ่มใจ” กว่า 35 ร้าน พร้อมคาเฟ่และเบเกอรี่กว่า 15 ร้าน ที่ยกความหอมกรุ่นมาเสิร์ฟให้ได้พักเติมความสดชื่น หรือจะผ่อนคลายร่างกายที่ “กาดนวด” กับกิจกรรมนวดเพื่อสุขภาพจากภูมิปัญญาชุมชนออนใต้ จังหวัดเชียงใหม่ ปิดท้ายด้วยโซนมูเตลู “สุขใจ” พื้นที่แห่งความสงบและศรัทธา ที่จำลองพระบรมธาตุบ้านตาก ให้ผู้เข้าชมได้สักการะเพื่อเสริมสิริมงคล พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศแห่งศรัทธาในแบบล้านนา

นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ โซนที่ 6 Amazing Thailand ที่นำเสนอแคมเปญท่องเที่ยวของ ททท. เริ่มจากนิทรรศการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน” และมุมถ่ายภาพจากไวรัลแคมเปญ Feel All the Feelings ที่ชวนตามรอย LISA ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador รวมถึงนิทรรศการ 66 ปี ททท.
ที่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของการท่องเที่ยวไทย ความสนุกยังต่อเนื่องกับเวที Fan Meet ที่ขนทัพศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาใกล้ชิดกับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็น PERSES, จุ๊มเหม่ง (Japan and Friends), DICE, มาย–อาโป และ POLCASAN (โพก้าซัง) พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปและของที่ระลึกสุดยูนีคในโซน Osotho & Friends : Craft Village สายเที่ยวสามารถแวะมาพูดคุยและรับข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ 1672 Travel Buddy พร้อมสนุกกับ AI Photo Booth ธีม Feel All the Feelings และกิจกรรม SOURI X 1672 Travel Buddy ก่อนจะไปตื่นตาตื่นใจต่อในโซน Amazing Thailand Amazing AI กับเทคโนโลยีท่องเที่ยวสุดล้ำ ผ่านกิจกรรม Aura Journey และ Amazing Sukjai ที่จะพาทุกคนผจญภัยไปกับ TATAI น้อง AI ของ ททท. เพื่อค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยว พร้อมสมัครเป็นสมาชิก AMAZING FRIEND รับข่าวสารและสิทธิพิเศษจาก ททท. และลุ้นรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

โซนที่ 7 Road to Sustainability : Travel with care ที่นำเสนอแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน มาพร้อมไฮไลต์ “เต่าตนุ” ประติมากรรมจากสิ่งของเหลือใช้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จากพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านโครงการในพระราชดำริ “ป่ารักน้ำ” และ “อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล (เกาะมันใน)” พร้อมเปิดมิติใหม่ของการเดินทางและพักผ่อนเชิงสร้างสรรค์ผ่าน Immersive Experience และบำบัดจิตใจด้วยพลังแห่งเสียง Sound Healing & Dark sky และเยี่ยมชมและชอปปิงสินค้ารักษ์โลก และ โซนที่ 8  หน่วยงานพันธมิตรและห้าง ททท. จับมือกับ 31 พันธมิตรรวบรวมแพ็กเกจท่องเที่ยวและดีลพิเศษจากผู้ประกอบการ

ก่อนจะปิดท้ายด้วย โซนที่ 9 เวทีกลาง เปิดฟลอร์แห่งความสุขผ่านเวทีการแสดงที่อัดแน่นไปด้วยสีสันและความบันเทิง ทั้งการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ อาทิ KT Kratae, ลำไย ไหทองคำ, ไรอัล กาจบันฑิต, ATLAS, กลัฟ คณาวุฒิ, Fellow Fellow, Paradox, Nuvo, No One Else, อะตอม ชนกันต์ รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย การแสดงร่วมสมัย การเดินแบบแฟชั่นโชว์ ตลอดจนกิจกรรมเล่นเกมแจกของรางวัลที่จะสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอด 5 วันของการจัดงาน

ยิ่งไปกว่านั้น ททท. ยังคงสานต่อความตั้งใจให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนภายใต้เป้าหมาย “Zero Waste to Landfills” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4  โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยระบบการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดคัดแยกขยะ จำนวน 14 จุดทั่วพื้นที่จัดงาน พร้อมขอความร่วมมือร้านค้าและผู้ประกอบการในการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร เพื่อมุ่งลดปริมาณขยะที่ไม่ได้คัดแยกให้ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา

ททท.ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปร่วมสัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยแบบครบทุกมิติ และค้นพบความสุขและแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวไทยไปด้วยกัน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ประจำปี 2569” ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เข้าร่วมงานฟรี โดยสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, เดินทางโดยรถแท็กซี่ ณ จุดบริการ รับ – ส่ง ชั้น G บริเวณฝั่งทะเลสาบ, รถประจำทาง สาย 136 ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy



Loading Facebook Comments ...